สถานการณ์ของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือของกลาสโกว เซลติก ถือว่าไม่ดีเลยในช่วงต้นฤดูกาลนี้ ที่เขาไม่สามารถพาทีมผ่านเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเหมือนอย่างที่ฤดูกาลที่แล้วที่เขาทำได้ ซึ่งรอบเพลย์ออฟฤดูกาลนี้เซลติกดันไปพลาดท่าพ่ายให้กับพีเอโอเค ทีมจากประเทศกรีซ ทำให้พวกเขาต้องตกรอบมาเล่นในศึกยูโรป้า ลีกในฤดูกาลนี้แทน ซึ่งถือว่ามีความแตกต่างกันมาก ทั้งในเรื่องของศักดิ์ศรี และในเรื่องของรายได้ที่จะเข้าสู่สโมสรด้วย ทำให้อดีตกุนซือของสวอนซี ซิตี้ และลิเวอร์พูลรายนี้ถูกแฟนบอลกดดันอย่างหนักเกี่ยวกับความผิดหวังในครั้งนี้ และยิ่งในตลาดซื้อขายนักเตะวันสุดท้ายของยุโรปเมื่อปลายเดือนสิหาคมที่ผ่านมา กลาสโกว เซลติกดันไปตัดสินใจขายมุสซ่า เดมเบเล่ กองหน้าชาวฝรั่งเศสวัย 22 ปีไปให้กับโอลิมปิก ลียง ทีมดังของฝรั่งเศสอีก ทำให้สถานการณ์มันยิ่งเลวร้ายเข้าไปใหญ่ เมื่อมีแฟนบอลเริ่มออกมาประท้วง และเริ่มไม่พอใจร็อดเจอร์สหนักขึ้น กุนซือวัย 45 ปีก็ได้ออกมาให้เหตุผลในการขายกองหน้าดาวรุ่งที่เป็นคนสำคัญของสโมสรในครั้งนี้แล้วว่าเป็นการตัดสินใจของสโมสรที่มันเป็นทางเลือกที่ดีของพวกเขา และได้ออกมาแสดงความขอโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาก็คือเซลติกไม่ได้มีการคว้านักเตะรายใหม่เข้ามาแทนที่ ทำให้ฤดูกาลนี้พวกเขาจะมีทีมที่อ่อนลงจากฤดูกาลที่แล้วอย่างมาก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีโอกาสเป็นแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ลีกมากที่สุดอยู่แล้ว แต่มันได้แสดงให้เห็นถึงว่าสโมสรไม่มีความทะเยอทะยานที่อยากจะประสบความสำเร็จมากกว่าที่เป็นอยู่เลย ทำให้แฟนบอลไม่พอใจเป็นอย่างมาก

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เข้ามาคุมทีมกลาสโกว เซลติกเมื่อกลางปี 2016 หลังจากที่เขาถูกปลดจากตำแหน่งผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูลในช่วงปลายปี 2015 ซึ่งเขาก็มาทำทีมเซลติกสร้างสถิติ และทำลายสถิติเดิมที่พวกเขาเคยทำไว้หลายอย่าง และก็ทำหน้าที่ประจำคือพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จใน 2 สมัยที่ผ่านมา รวมถึงแชมป์เอฟเอ คัพ และแชมป์ลีก คัพด้วย เรียกได้ว่าบอลในประเทศเขาก็พาทีมคว้าแชมป์ได้หมดแบบไม่ขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด แต่ดูเหมือนว่ามันอาจจะไม่เพียงพอกับความต้องการของแฟนบอลเซลติกอีกต่อไปแล้ว เมื่อพวกเขาอยากเห็นทีมก้าวหน้าไปมากกว่านี้ และอาจจะทำให้ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของ BR แล้วก็ได้