การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ถูกมองว่าการขับเคี่ยวแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกนั้นอาจจะมีคู่แข่งแค่เพียง 2 ทีมเท่านั้น ได้แก่แชมป์เก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเป็ป กวาดิโอล่า ที่ยังถูกมองว่ามาตรฐานของทีมนั้นยังสูงอยู่ หลังจากที่สร้างสถิติใหม่ขึ้นมาอย่างมากมายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทั้งการเก็บชัยชนะได้ติดต่อกันมากที่สุด และเก็บคะแนนได้มากที่สุดที่ 100 คะแนนด้วย ส่วนอีกทีมก็คือลิเวอร์พูลของเจอร์เก้น คล็อปป์นั่นเอง ที่ถูกยกให้เป็นทีมเต็งที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ หลังจากที่ทีม “หงส์แดง” มีการเสริมทัพได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขาได้นักเตะเขข้ามาเสริมทีม 4 ราย ที่สามารถยกระดับของทีมขึ้นมาได้อย่างมาก และรวมถึงผลงานการพบกันของทั้ง 2 ทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย ที่ลิเวอร์พูลทำได้ดีกว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดย 4 นัดที่พบกันเป็นทางลิเวอร์พูลที่เอาชนะไปได้ถึง 3 นัด และแพ้ไปแค่นัดเดียวเท่านั้นในพรีเมียร์ลีกช่วงต้นฤดูกาลที่แล้ว ที่ซาดิโอ มาเน่ ตัวรุกทีมชาติเซเนกัลโดนไล่ออกจากสนามในช่วงครึ่งแรกด้วย ทำให้หลังจากนั้นลิเวอร์พูลก็ต้านทานเกมรุกของซิตี้ไม่ไหว แต่ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกทั้ง 2 นัดในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ลูกทีมของกุนซือชาวเยอรมันก็มาแก้แค้นได้อย่างสาสม ด้วยการเก็บชัยชนะได้ทั้งเหย้าทั้งเยือนเลยทีเดียว

แค่เริ่มฤดูกาลมาได้เพียง 4 นัดเท่านั้น ก็ดูเหมือนว่ารูปทรงการเบียดลุ้นแชมป์จะออกมาเป็นอย่างที่คาดเลยทีเดียว เมื่อลิเวอร์พูลก็ทำได้ดีอย่างที่ถูกคาดไว้ ด้วยการเก็บชัยชนะได้ 4 นัดรวด โดยทีม “หงส์แดง” โชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรูตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลเลยทีเดียว ด้วยการเปิดรังแอนฟิลด์ถล่มเวสต์แฮม ยูไนเต็ดไปถึง 4-0 แต่หลังจากนั้นดูเหมือนว่าพวกเขาจะเจอเกมที่ยากขึ้นเรื่อยๆ และชนะได้อย่างยากลำบากตลอด ทั้งกับคริสตัล พาเลซ ไบรท์ตัน รวมถึงนัดล่าสุดกับเลสเตอร์ ซิตี้ด้วย ส่วนทางฝั่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้นั้นก็เริ่มต้นได้อย่างดีงามเช่นกัน เมื่อบุกเอาชนะอาร์เซน่อลได้ 2-0 และเปิดรังถล่มฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ไป 6-1 แต่นัดต่อมาก็ต้องสะดุดเสมอกับวูล์ฟส์แฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส 1-1 ซึ่งวันนั้นพวกเขายิงทั้งชนเสา ชนคาน ทำให้ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ และนัดล่าสุดก็คือการเฉือนเอาชนะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดไปอย่างเฉียดฉิว 2-1 ทำให้ตอนนี้ทีมแชมป์เก่าเป็นรองลิเวอร์พูลอยู่ 2 คะแนน และคงต้องลุ้นกันยาวๆ ระหว่าง 2 ทีมนี้