โดมินิค โซลันกี้ อดีตกองหน้าดาวรุ่งของเชลซี ถือว่าเคยเป็นกองหน้าดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลอังกฤษเลยก็ว่าได้ เมื่อเขาสามารถช่วยให้ทีมชาติอังกฤษชุดรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกยู 20 มาครองได้สำเร็จเมื่อช่วงกลางปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาหมดสัญญากับต้นสังกัดเก่า “ เชลซี” พอดี ทำให้เขาต้องมองหาทีมใหม่ในเวลานั้น ซึ่งในศึกฟุตบอลโลกรุ่นยู 20 ที่ประเทศเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพนั้น เขาสามารถทำผลงานได้อย่างสุดยอด โดยได้กลายเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์นั้นด้วย โดยเขาคว้ารางวัลโกลเด้น บอลมาครองได้สำเร็จ ซึ่งก็เป็นรางวัลเดียวกับที่ลูก้า โมดริช กองกลางทีมชาติโครเอเชียได้ในศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมานั่นเอง ทำให้เขากลายเป็นนักเตะเนื้อหอมที่หลายสโมสรในอังกฤษต่างต้องการดึงตัวไปร่วมทีมทันที และสุดท้ายก็เป็นลิเวอร์พูลของเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่คว้าตัวไปร่วมทีมได้สำเร็จแบบไม่เสียค่าตัวซักแดงเดียว ซึ่งถือว่าเป็นการทำธุรกิจที่ยอดเยี่ยมทีเดียว กับการคว้าหัวหอกอนาคตไกลไปร่วมทีมแบบไม่เสียค่าตัว

แต่ทว่าโดมินิค โซลันกี้ กลับต้องพบกับความยากลำบากในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อเขาไม่ได้เป็นกองหน้าเพียงรายเดียวเท่านั้นที่ย้ายเข้ามาร่วมทีมเมื่อช่วงหน้าร้อนปีที่แล้ว โดยมีโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ตัวรุกทีมชาติอิยิปต์มาร่วมทีมด้วย ซึ่งระบบการเล่นของเจอร์เก้น คล็อปป์นั้นมักจะใช้ระบบ 4-3-3 อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเขาจะใช้กองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งในตำแหน่งนั้นตกเป็นของโรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ กองหน้าชาวบราซิเลี่ยนอยู่ก่อนแล้ว ทำให้เขาต้องกลายเป็นตัวสำรองโดยสมบูรณ์แบบเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงการที่เขาไม่มีความยืดหยุ่นในตำแหน่งการเล่นด้วย เนื่องจากเขาเป็นกองหน้าที่รูปร่างค่อนข้างใหญ่และตัน และไม่มีความปลาดเปลียวมากพอที่จะสามารถเล่นเป็นตัวริมเส้นได้ ทำให้โอกาสลงสนามของเขานั้นน้อยลงไปอีก ยิ่งในช่วงต้นฤดูกาลนี้มีดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่กลับมาจากการยืมตัวและคืนฟอร์มเก่งอีกครั้ง ทำให้เขาแทบจะหายไปจากม้านั่งสำรองของทีมเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้ลงสนามไปทั้งหมด 27 นัดในทุกรายการ แต่เป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่ ทำให้เขาช่วยทีมยิงประตูไปเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น และเขาน่าจะเป็น 1 ในไม่กี่คนของลิเวอร์พูลที่ไม่น่าจะมีความสุขกับสถานการณ์ตอนนี้ ถึงแม้ว่าทีมจะมีโอกาสลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้แบบเต็มตัวก็ตาม