มีนักเตะหลายคนเลยทีเดียวที่พอแขวนสตั๊ดเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพไปแล้ว และผันตัวเองไปเป็นกุนซือทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมแทน ซึ่งก็มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จ และก็หลายคนเช่นกันที่ต้องล้มเหลวกับอาชีพนี้ แต่ในระยะหลังมานี้มีนักเตะที่เลิกเล่นไปในรุ่นๆ เดียวกันหลายคนได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมพร้อมกันในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือว่าน่าจับตามองและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอดีต 2 กองกลางคนสำคัญของทีมชาติอังกฤษอย่างสตีเว่น เจอร์ราร์ด และแฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ได้โอกาสในการคุมทีมอย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลแรกพร้อมกันด้วย ถึงแม้ว่าจะอยู่กันคนละลีกก็ตาม แต่ก็ต้องถูกเอาไปเปรียบเทียบเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งทั้งคู่ก็กำลังไปได้สวยกับเส้นทางของตัวเองในฤดูกาลนี้ด้วย

สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตกองกลางฮาร์ดแมนของลิเวอร์พูลและทีมชาติอังกฤษ ที่ปัจจุบันอยู่ในวัย 38 ปีเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อประมาณปีที่แล้วเขาก็มีโอกาสได้คุมทีมเยาวชนของลิเวอร์พูลในชุดยู 18 และได้มีโอกาสคุมทีมยู 19 ลงแข่งขันในศึกฟุตบอลยูฟ่า ยูธ ลีก ซึ่งเปรียบเสมือนกับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในระดับเยาวชนนั่นเอง ซึ่งเขาก็ทำได้ดีทีเดียว จนไปเข้าตาบอร์ดบริหารของทางเรนเจอร์ส ทีมในสก็อตติช พรีเมียร์ลีก จึงทำการจ้างมาคุมทีมในฤดูกาลนี้ทันที ซึ่งการมาของเจอร์ราร์ดก็ทำให้ทีมได้นักเตะใหม่เข้ามาหลายคน และผลงานที่ยอดเยี่ยมของสตีวี่ จีก็คือเขาสามารถพาทีมเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลยูโรป้า ลีกในฤดูกาลนี้ได้ด้วย หลังจากที่ผ่านรอบเพลย์ ออฟมาได้ถึง 3 รอบด้วยกัน

ส่วนทางด้านแฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตกองกลางจอมทำประตูของเชลซี และทีมชาติอังกฤษ ก็ไปได้งานคุมทีมดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในระดับแชมเปี้ยนชิปของอังกฤษ ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยผ่านงานคุมทีมมาก่อนด้วยซ้ำ แต่กลับได้งานคุมทีมดาร์บี้ ที่เป็นทีมระดับลุ้นเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะชื่อเสียงและบารมีที่เขาสั่งสมมาสมัยเป็นนักเตะ ซึ่งด้วยชื่อเสียงของเขาก็ทำให้ยืมตัวนักเตะดาวรุ่งมาจากเชลซีได้ด้วย และก็เริ่มต้นฤดูกาลได้ดีทีเดียว โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 4 จาก 6 นัดที่ลงสนามในอีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิป และกำลังจะได้คุมทีมดาร์บี้ลงเผชิญหน้ากับโชเซ่ มูรินโญ่ อดีตเจ้านายของเขาที่เชลซีในศึกคาราบาว คัพรอบที่ 3 ที่จะพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหลังจากช่วงเบรคพักทีมชาติด้วย