ฟุตบอลในยุคใหม่นี้ โดยเฉพาะเทรนด์ในตอนนี้ทีมที่จะประสบความสำเร็จคือจะต้องมีเกมรุกที่ดุดัน และหาโอกาสในการทำประตูได้บ่อย รวมถึงมีการยิงประตูที่เฉียบคมด้วย โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีกแล้วด้วย ถึงแม้ว่าจะเล่นได้ดีแค่ไหน แต่หากไม่สามารถจบสกอร์ได้ก็เท่ากับไร้ค่า และอย่างที่เห็นมาแล้วในเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดค่ายพาโอลด์ แทรฟฟอร์ดให้กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 0-3 ซึ่งนัดนั้นทีม “ปีศาจแดง” สามารถหาโอกาสในการทำประตูได้ถึง 23 ครั้ง แต่กลับยิงตรงกรอบได้เพียงแค่ 5 ครั้งเท่านั้น ทำให้สุดท้ายพวกเขาต้องเป็นฝ่ายแพ้ไปในที่สุด ถืงแม้ว่าจะเล่นได้ดีกว่าก็ตาม นี่คือผลลัพธ์ของการจบสกอร์ที่ไม่เฉียบขาด ซึ่งหากลองดูสถิติของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้จะเห็นได้ว่า ทีมที่ยิงตรงกรอบมากที่สุดหลังจาก 4 นัดที่ผ่านมา ถือว่าเป็นทีมที่มีเกมรุกที่ดุดันทีเดียว

1.แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ทีมที่สามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด 4 นัดก็ตาม แต่พวกเขาเป็นทีมที่ยิงตรงกรอบได้มากที่สุดในลีก โดยแชมป์เก่าทีมนี้ทำได้ถึง 36 ครั้งเลยทีเดียว เมื่อเฉลี่ยแล้วพวกเขายิงตรงกรอบเกมละประมาณ 9 ครั้ง นั่นทำให้พวกเขายังเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในเวลานี้อยู่

2.อาร์เซน่อล ที่ถึงแม้จะแพ้ไปแล้วถึง 2 นัด แต่ก็เป็นการแพ้ให้กับทีมใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเชลซี แต่พวกเขากลับหายจังหวะยิงตรงกรอบได้ถึง 30 ครั้งเลยทีเดียว ซึ่งมากกว่าทีมหัวตารางหลายๆ ทีมด้วยซ้ำ

3.ฟูแล่ม ทีมน้องใหม่จากแชมเปี้ยนชิ แต่กลายเป็นทีมที่มีเกมรุกที่จัดจ้าน โดยมีอเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช เป็นกองหน้าตัวเป้า ทำให้น้องใหม่รายนี้ยิงประตูตรงกรอบไปแล้วถึง 26 ครั้ง

4.ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมจ่าฝูงในตอนนี้ก็จริง แต่พวกเขาพึ่งจะยิงตรงกรอบไปเพียง 26 ครั้งเท่านั้น ซึ่งเท่ากับอันดับที่ 3 อย่างฟูแล่มนั่นนั่นเอง  ทั้งๆ ที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาเป็นทีมที่หาโอกาสในการจบสกอร์ได้มากกว่านี้เป็นเท่าตัวเลยด้วยซ้ำ ซึ่งอาจจะยังต้องให้เวลา 3 ประสานในแดนหน้าในการปรับจูนกันอีกซักระยะหนึ่ง

5.เชลซี เป็นอีก 1 ทีมที่สามารถเก็บชัยชนะได้ 4 นัดรวด แต่พวกเขาจะหนักไปในแนวครองบอลซะมากกว่า แต่กลับหาโอกาสจบสกอร์ได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น โดยพวกเขาพึ่งจะยิงตรงกรอบไปเพียง 24 ครั้งเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับการครองบอลในแต่ละเกมของพวกเขาที่เกิน 70% นั้นถือว่าน้อยเกินไป